'จุลินทรีย์'บำบัดน้ำเสียฟื้นคืนคุณภาพแหล่งน้ำ
RSS icon Email icon
  • ยาหลบไป สมุนไพรมาแล้ว

    Posted on March 30th, 2012 No comments

    ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลพุพอง เป็นหนอง ปวดหัว ปวดท้อง ตัวร้อน เป็นไข้ ไอ จาม…และอีกนานาสารพัดโรคที่เราเคยวิ่งหาร้านขายยาทุกทีนั้น รู้หรือไม่ว่าล้วนเป็นการเจ็บป่วยที่รักษาได้ด้วยวิธีการแบบธรรมชาติบำบัด โดยใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านและสมุนไพรที่หาได้ง่ายดายตามตลาด หรือขึ้นอยู่ในสวนหลังบ้านของเรานี่เอง!

    ท้องเสีย

    การดื่มน้ำมากๆ สำคัญกว่ายาชนิดใดๆ ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น เติมน้ำตาลทรายและเกลือลงไปด้วย ผสมในอัตราส่วน น้ำ 1 ขวดน้ำปลา น้ำตาลทราย 2 ช้อนแกง เกลือป่น 1/2 ช้อนชา หรืออีกวิธี ให้ละลายเม็ดแมงลัก 2 ช้อนชาลงในน้ำเย็น 1 แก้ว ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงให้เม็ดแมงลักพองเต็มที่ กินให้หมดแก้วทุก 4 ชั่วโมง ใส่เกลือและน้ำตาลด้วยยิ่งดี

    ไข้หวัด

    ใช้ขิงแง่งขนาดเท่าหัวแม่มือ ฝานเป็นแว่นบางๆ ใส่แก้วเติมน้ำเดือดลงไปให้เต็มแก้วปิดฝา ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ช้อนเอาเนื้อขิงออก เติมน้ำตาลให้พอหวาน ทำกินวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน หรืออีกวิธี ใช้กระเทียม 7 กลีบ ใส่ลงในข้าวกินพร้อมกับกินข้าวทุกมื้อ (คนที่มักเป็นร้อนในไม่ควรกิน) หรือกินต้นหอมสดๆ ร่วมกับข้าวทุกมื้อ มื้อละ 2-3 ต้น จะช่วยให้หายหวัดได้เร็ว

    ปวดฟัน

    เด็ดใบตำลึง 1 กำมือ ดินสอพอง 2 แผ่น ใส่ครกโขลกพอแหลก เติมน้ำนิดหน่อย เอามาพอกข้างแก้มที่ปวด พอแห้งก็เปลี่ยนใหม่ พอกสัก 2-3 ครั้ง จะทำให้หายปวดได้ หรืออีกวิธีใช้หัวข่าแก่สดผสมเกลือเล็กน้อย โขลกให้ละเอียดใส่รูฟันที่ปวดหรือเอาการบูรใส่ในฟันที่ปวด

    *ยาแก้ปวดฟันจะช่วยระงับอาการเท่านั้น เมื่อหายปวดแล้วต้องรีบไปหาหมอฟันต่อไป

    ไอ เจ็บคอ เสมหะติดคอ

    ดื่มน้ำ 1 แก้ว ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชาทุกเช้าหลังตื่นนอนเมื่อรู้สึกเจ็บคอ หรืออีกวิธี ใช้ข้าวเหนียว 1 กำมือ แช่น้ำไว้ 2-3 ชั่วโมง ดื่มน้ำนี้ 1-2 อึก วันละ 3-4 ครั้ง (เอาเกลือป่นใส่ลงไปนิดหน่อยพอเค็ม) หรือจะใช้วิธีฝานเปลือกมะนาวเป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนอย่างที่ใช้ใส่เมี่ยงคำ อมครั้งละชิ้น ค่อยๆ เคี้ยวกลืนทีละนิด

    กลากเกลื้อน

    ใช้กระเทียมฝานเป็นแว่นบางๆ ทาวันละ 2-4 ครั้ง (ระวังอย่าขยี้กระเทียมถูทาผิวหนังแรงไปเพราะกระเทียมจะกัดผิว) หรือใช้ใบน้อยหน่าตำให้ละเอียดทาบ่อยๆ หรือวันละ 4-5 ครั้ง
    ไฟไหม้น้ำร้อนลวกใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาให้ผิวหนังเปียกชุ่มอยู่เสมอในวันแรกที่เป็นหลังจากนั้นทาวันละ 4-5 ครั้ง หรืออีกวิธี ใช้น้ำผึ้งแท้ทาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกให้เปียกชุ่มอยู่เสมอ จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน

  • จริงหรือไม่??? สูบบุหรี่น้อยๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

    Posted on February 29th, 2012 No comments

      

     

    นี่คือ ความจริง สำหรับ “สิงห์อมควัน” ที่รักทุกท่าน เพราะล่าสุด เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยว่า การสูบบุหรี่เพียงวันละหนึ่งถึงสี่มวนเพิ่มความเสี่ยงในการที่จะเสียชีวิตขึ้น 1.5 เท่าของคนที่ไม่สูบบุหรี่  ผู้สูบบุหรี่ที่ไม่ยอมเลิกสูบบุหรี่เพราะคิดว่าสูบน้อยๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
    โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผย ผลการวิจัยถึงสาเหตุการเสียชีวิต ในเพศชาย 8,309 คนและเพศหญิง 11,077 คน ที่ไม่สูบบุหรี่และชาย 627 หญิง 796 ที่สูบบุหรี่วันละ 1 ถึง 4 มวน โดยติดตามเป็นเวลา 30 ปี จากสถาบันสุขภาพกรุงออสโล นอร์เวย์ พบว่า  แม้การสูบบุหรี่เพียงวันละหนึ่งถึงสี่มวน อัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุในเพศชายเพิ่มขึ้น 1.56 เท่าของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่  และในเพศหญิงเพิ่มขึ้น 1.44 เท่า โดยสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2.65 เท่าในเพศชาย และ 2.81 เท่าในเพศหญิง มะเร็งปอดเพิ่มขึ้น 2.84 เท่าในเพศชายและ 5.02 เท่าในเพศหญิง  งานวิจัยเดียวกันยังพบว่าอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน เช่น สูบวันละ 5 – 9 มวน ตายเพิ่มขึ้น 2 เท่า 15 – 19 มวนเพิ่มขึ้น 2.78 เท่า และ 20 – 24 มวน เพิ่มขึ้น 3.35 เท่าและผลการวิจัยสรุปว่าการสูบบุหรี่เพียงวันละหนึ่งถึงสี่มวนเพิ่มความเสี่ยงในการที่จะเสียชีวิตขึ้น 1.5 เท่าของคนที่ไม่สูบบุหรี่  ผู้สูบบุหรี่ที่ไม่ยอมเลิกสูบบุหรี่เพราะคิดว่าสูบน้อยๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
    โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ยังกล่าวอีกว่า งานวิจัยนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าคำพูดของบริษัทบุหรี่ที่ประชาสัมพันธ์ว่า
    “ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ว่าการสูบบุหรี่เพียงวันละไม่กี่มวนเป็นอันตรายต่อสุขภาพในคนปกติที่ร่างกายแข็งแรง” นั้นเป็นเรื่องไม่จริงที่บริษัทบุหรี่ต้องการให้ผู้สูบบุหรี่ที่สูบไม่มากมวนต่อวันไม่เลิกสูบ ผู้ที่สูบบุหรี่น้อยๆ จึงควรเลิกสูบบุหรี่ทันที ซึ่งการเลิกจะไม่ยาก เพราะการติดนิโคตินอยู่ในระดับต่ำ การเลิกจะไม่ลำบากหรือทุรนทุราย สามารถเลิกด้วยตนเองได้ หรืออาจจะโทรศัพท์ขอคำปรึกษาจากหมายเลข 1600 ก็จะเลิกสูบบุหรี่ได้
    อ้าว รู้แบบนี้แล้ว บรรดา “สิงห์อมควัน” ลองเปลี่ยนพฤติกรรมของท่าน เพื่อสุขภาพที่ดีกว่านะครับ